นิตยสารการตลาด  + http://www.marketeer.co.th/marketing.php
  Search :      
Join:
 
 
นิตยสารการตลาด | คลิปวีดีโอโฆษณา | การตลาด | นิตยสาร | เว็บบอร์ด | หนังสือ | ข่าวการตลาด
โฆษณาไทย | โฆษณาต่างประเทศ | สื่อสิ่งพิมพ์ | ป้ายโฆษณา | โฆษณาวิทยุ | ตัวอย่างหนัง
E-mail :
Password :  
Remember me
| Forget password | Register
 
     
 
 
     
 บทความการตลาด ตัวอย่างแผนการตลาด กลยุทธ์การตลาด ข่าวการตลาด    
 

โลตัส – คาร์ฟูร์ทำเลนี้เราจอง

การขยายสาขาแบบตาต่อตา ฟันต่อฟันระหว่างยักษ์ใหญ่ดิสเคาน์สโตร์ต่างชาติ “เทสโก้-โลตัส”และ “คาร์ฟูร์”จะปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง พร้อมๆกับการขยายตัวของธุรกิจประเภทนี้ เปรียบเทียบวันนี้โลตัสอาจได้เปรียบในเรื่องจำนวนสาขา ขณะที่คาร์ฟูร์ไม่เคยกลัวและมั่นใจในศักยภาพของแต่ละทำเล ถึงที่สุดจุดชี้ขาดอาจไม่ใช่เรื่องทำเล และราคา แต่ต้องกลับมาที่ “การบริการ”ที่เข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุด


                                                                -------ปี 2543 ธุรกิจค้าปลีกที่มีการแข่งขันอย่างเร้าใจเห็นจะไม่พ้น การแข่งขันระหว่างโลตัสและคาร์ฟูร์ สองยักษ์ใหญ่ดิสเคาน์สโตร์ ที่มีบริษัทแม่จากต่างชาติหนุนอย่างเต็มที่


                ธุรกิจค้าปลีกประเภทดิสเคาน์สโตร์เกิดขึ้นในเมืองไทยเมื่อ 5-6 ปีก่อนตามหลังธุรกิจค้าส่งแบบบริการตัวเองอย่างแม็คโครไม่กี่ปี  แต่ประสบความสำเร็จเร็วกว่า โดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีที่เศรษฐกิจตกต่ำ ทำให้ผู้บริโภคเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในร้านค้าประเภทนี้มากขึ้นและยังไม่เห็นหนทางที่ค้าปลีกประเภทอื่นจะมากลบรัศมีของดิสเคาน์สโตร์ได้ เพราะสินค้าที่ซื้อขายที่นี่ราคาถูกกว่าที่อื่น ทั้งยังอำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคในหลายเรื่องหากเปรียบเทียบกับค้าปลีกประเภทอื่นๆ เช่น ร้านค้าสะดวกซื้อ ซึ่งไม่มีที่จอดรถ มีสินค้าหลากหลายน้อยกว่า


 


สาขา : เพื่อยึดครองตลาด


แม้ขณะนี้มีการคาดการณ์ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจกำลังจะเริ่มกลับมาดีเหมือนในสมัยก่อน แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าค้าปลีกประเภทอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าเฉพาะอย่าง จะกลับมาได้รับความนิยมเหมือนสมัยเศรษฐกิจรุ่งเรือง หรือลดความนิยมของดิสเคาน์สโตร์ไปได้ ความที่ดิสเคาน์สโตร์ถูกครอบครองโดยต่างชาติซึ่งมีระบบที่ดีพร้อม และมีเงินทุนมาก การเปิดสาขาจึงทำได้รวดเร็วกว่าศูนย์การค้า หรือห้างสรรพสินค้า แม้การขยายสาขาจะไม่เท่ากัน แต่ในทำเลทองหลายย่านทั้งคาร์ฟูร์และโลตัสก็ได้ครอบครองพื้นที่ไว้ทั้งคู่


หากเทียบข้อมูลต่อข้อมูลระหว่างคาร์ฟูร์กับโลตัสแล้วคิดว่าสูสีในจุดเด่นและจุดด้อย แม้สิ่งที่คาร์ฟูร์ด้อยกว่าโลตัสมาก จะเป็นเรื่องจำนวนสาขา 


 แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญและไม่ได้เป็นที่วิตกของคาร์ฟูร์เลยแม้แต่น้อย


ปัจจุบันสาขาของดิสเคาน์สโตร์ทั้งหมดในเขตกรุงเทพฯและปริมณลเพิ่งจะมีแค่ 20 แห่งเท่านั้น กว่าจะมีสาขาถึง 40 สาขาซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่เต็มในตลาดนี้ก็คงอีกหลายปี ดังนั้นภาพการแข่งขันชนิดตาต่อตา ฟันต่อฟันในตลาดนี้ก็ยังมีให้เห็นอีกต่อเนื่องและจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น  


เช่นเดียวกับการไล่บี้เปิดสาขาใหม่ดักหน้าดักหลังซึ่งกันและกัน ในหลายทำเลทองทั่วกรุงเทพฯ ก็จะยังคงมีให้เห็นอย่างต่อเนื่อง และบางทำเลมีการเปิดชนิดประจันกันแค่ช่วงถนนเท่านั้น  เช่น ที่บริเวณหัวมุมถนนพระราม 4 (ซอยสุขุมวิท 26 ตัดกับซอยเกษมราษฏร์) น่าจะเป็นทำเลที่มีการแข่งขันรุนแรงที่สุด นอกจากนี้ทั้งคาร์ฟูร์และโลตัสยังมีการชิงดำแย่งทำเลทองในอีกหลายพื้นที่ เช่น ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิร์ลลาดพร้าวที่คาดว่าคาร์ฟูร์จะได้พื้นที่ไว้แล้ว ขณะที่โลตัสก็ได้พื้นที่ใกล้กับบิ๊กซีสาขาราชดำริ ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้างสรรพสินค้าไดมารูเดิม


การเปิดสาขาของคาร์ฟูร์ทุกแห่งจะมีพื้นที่เฉลี่ยประมาณ 8,000-10,000 ตารางเมตร มีที่จอดรถราว 1,000 คัน ขณะที่โลตัสใช้พื้นที่หลากหลายตั้งแต่ 9,900 ตารางเมตรจนถึง 24,680 ตารางเมตร มีที่จอดรถกว่า 1,000 คัน


ยกตัวอย่างเช่นที่ถนนพระราม 4 ซึ่งเป็นจุดที่โลตัสและคาร์ฟูร์เผชิญหน้ากันในระยะเผาขน โลตัสซึ่งชิงเปิดบริการก่อนคาร์ฟูร์ได้งัดไม้เด็ดมาเขย่าตลาดค้าปลีกย่านนั้น ด้วยการประกาศเปิดบริการตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งยังเปลี่ยนแปลงดีไซน์ใหม่ผิดตาไปจากสาขาอื่น ๆ สิ้นเชิง ตั้งแต่สีสัน การดึงร้านค้าใหม่ ๆ มาเปิดบริการ หรือขนาดของพื้นที่ขายซึ่งมีขนาดใหญ่สุดถึง 31,000 ตารางเมตร


                “เราต้องปรับการจัดซื้อใหม่ เพราะทำเลของสาขาพระราม 4 นี้ได้กลุ่มเป้าหมายหลากหลาย โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าระดับกลาง เดิมเรามีร้านรองเท้าของท้องถิ่น เราก็เปลี่ยนมาเป็นยี่ห้อที่อินเตอร์มากขึ้นอย่างไนกี้ อาดิดาส หรือเรามีร้านขายเสื้อผ้าอย่างเอทูแซด ยูโฟ มีร้านอาหารเสริมอย่างจีเอ็นซี” ผู้บริหารโลตัสกล่าวและเสริมว่า ร้านค้าเหล่านี้จะถูกออกแบบให้เปิดบริการล้อมรอบตัวโลตัส ซึ่งเป็นดีไซน์ใหม่ล่าสุด แต่จะเปิดบริการถึง 4 ทุ่ม ส่วนโลตัสจะเปิดตลอด 24 ชั่วโมง


จนถึงขณะนี้แล้วทางคาร์ฟูร์ยังไม่ออกมาประกาศแผนอะไรเป็นการตอบโต้ ทราบเพียงแต่ว่าจะเปิดสาขาพระราม 4 ในราวเดือนกรกฏาคมนี้แน่นอน


ดูเผินๆ แล้ว ทั้งคู่แทบจะไม่มีความได้เปรียบหรือเสียเปรียบในทางธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเงินทุน หรือเทคโนโลยี และหากเปรียบเทียบถึงความยิ่งใหญ่ในต่างประเทศแล้ว คาร์ฟูร์มีศักดิ์ศรีเป็นถึงยักษ์ใหญ่ค้าปลีกอันดับสองในโลก เป็นรองเพียงแค่วอลล์มาร์ทเท่านั้น แต่สาเหตุที่การขยายสาขาของคาร์ฟูร์เป็นไปอย่างช้า ๆ นั้น อาจเป็นเพราะโลตัสมาก่อน อีกทั้งการที่โลตัสมีพันธมิตรท้องถิ่นอย่างซีพี ทำให้มีความเชี่ยวชาญในการสรรหาทำเลเก่งกว่า 


“เราไม่หวั่นแม้เราจะไร้พันธมิตรท้องถิ่น เพราะการเรียนรู้จากพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าสามารถนำมาสร้างและพัฒนากลยุทธ์ได้ และการเปิดประจันหน้ากันในบางสาขาก็เป็นเรื่องบังเอิญ” มาร์ค อัวแซง กรรมการผู้จัดการหนุ่มของคาร์ฟูร์กล่าว


เขาชี้แจงว่า ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า คาร์ฟูร์มักเปิดสาขาในทำเลที่คู่แข่งเปิดให้บริการอยู่แล้วนั้น เป็นเรื่องของความบังเอิญ เพราะก่อนที่จะไปเปิดสาขาที่ใด ก็ต้องมีการศึกษาและสำรวจข้อมูลว่าบริเวณนั้นมีศักยภาพเพียงพอ มากกว่าเป็นเพราะมีคู่แข่งเข้าไปเปิด อย่างเช่นการเปิดที่ถนนแจ้งวัฒนะ เพราะเป็นทำเลที่มีศักยภาพ และมีผู้ประกอบการหลายรายเข้ามาลงทุน


แม้การเปิดสาขาของเทสโก้-โลตัสจะทิ้งห่างคาร์ฟูร์ถึงหนึ่งเท่าตัว อัวแซงกลับไม่เห็นเป็นสาระสำคัญ เขาเชื่อว่าการมีสาขาจำนวนมากไม่ได้พิสูจน์ความสำเร็จและเป็นผู้นำตลาด


“จะมีประโยชน์อะไร ถ้าเราเปิดสาขามากๆ แต่ไม่ได้ทำกำไรทุกสาขา” 


อัวแซงย้ำว่า คาร์ฟูร์ไม่ได้ต้องการเป็นผู้นำในเรื่องจำนวนสาขา แต่ต้องการเป็นผู้นำในการเข้าไปนั่งในใจผู้บริโภค และทำกำไรให้กับบริษัทได้


 


 


การบริหาร : พันธมิตรไทย ทุนนอก


ขณะที่เทสโก้ - โลตัสมีหุ้นส่วนเป็นทุนค้าปลีกยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ มีระบบดี ผนวกกับสไตล์การค้าของคนซีพีคือ สุนทร อุรณานนท์ชัย ที่มีภาพแห่งความเข้าใจตลาดเมืองไทย และพฤติกรรมของคนไทยฉายชัดอยู่ในหัว


ส่วนคาร์ฟูร์มาทีหลังและไม่มีพันธมิตรคนไทย หลังจากที่เซ็นทรัลขายหุ้นทิ้งไปแล้ว แต่ก็เข้าใจคำกล่าวที่ว่า “มังกรแปลกหน้าไม่ข่มขู่เจ้าถิ่น” เป็นอย่างดี การออกไปทำธุรกิจต่างที่แปลกถิ่น ไม่คุ้นเคย ไม่รู้จัก มีสิทธิ์พลาดพลั้งได้ง่าย เขาจึงใช้วิธีการแปลไกล ให้เป็นใกล้ โดยเอาคนท้องถิ่นเข้ามาช่วยดูแล เพราะคนในพื้นที่ย่อมจะเข้าใจลูกค้าและมีวิธีปฏิบัติตัวในถิ่นฐานของตัวเองได้ดีกว่า


“เราไม่เคยกลัวการแข่งขัน แม้ทุกค่ายจะเป็นธุรกิจข้ามชาติและมีพันธมิตรท้องถิ่น เพราะเราสามารถเรียนรู้จากลูกค้า อีกทั้งการมีสายงานบริหารที่เป็นคนไทยร่วมอยู่ด้วย ขณะนี้มีพนักงานต่างชาติอยู่เพียง 19 คนเท่านั้นจากพนักงานทั้งหมดกว่า 3,000 คน” นายอัวแซงกล่าว


“ทำไมคาร์ฟูร์จะต้องเกรงกลัวการแข่งขัน เพราะคาร์ฟูร์เองได้ชื่อว่าเป็นเครือค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อบริษัทแม่มีการผนวกกิจการกับพรอโมเดสยักษ์ใหญ่ค้าปลีกในฝรั่งเศสอีกรายหนึ่ง”


ขณะที่ ไมค์ เรย์คราฟท์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น จำกัด ซึ่งดูแลเทสโก้ –โลตัส เอง ก็แทบไม่มองคู่แข่งเช่นกัน เขากล่าวถึงการแข่งขันทางธุรกิจไว้ชัดเจนว่า เทสโก้-โลตัสให้ความสำคัญกับลูกค้ามากกว่าคู่แข่ง พูดง่าย ๆ การที่เทสโก้-โลตัสจะทำอะไรนั้นตัวตัดสินคือการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค


 


 


การบริการ : เปิด 24 ชั่วโมง


ทั้งคาร์ฟูร์และโลตัสวางตำแหน่งของการขายสินค้าราคาถูกทุกวันเหมือนกัน โลตัสขึ้นป้ายว่า “EVERY DAY LOW PRICE” หรือ พบสินค้าราคาถูกได้ทุกวันที่นี่ ขณะที่คาร์ฟูร์ใช้คำพูดที่ชักชวนและท้าทายความชอบลองของของคนไทยได้ตรงใจว่า  “ประกันความพอใจ ยินดีคืนส่วนต่างให้ 2  เท่าหากพบว่าสินค้าที่คาร์ฟูร์ขายมีราคาแพงกว่าที่อื่น” 


นอกจากนี้ดิสเคาน์สโตร์ยังมีวิวัฒนาการของการเปิดสาขาใหม่ๆ ให้เห็นอยู่เรื่อย จากการเปิดเป็นสาขาในลักษณะตั้งอยู่เดี่ยวๆ ก็เริ่มมีบริการประเภทอื่นมาเสริม เพื่อให้ผู้บริโภคได้จับจ่ายใช้สอยครบวงจร เช่น มีร้านค้าฟาสต์ฟู้ด ร้านเช่าวิดีโอ คอยบริการ เป็นต้น


“เมื่อก่อนชอบไปซื้อของที่คาร์ฟูร์ เพราะใกล้บ้าน ที่จอดรถสะดวก อยู่ในร่ม เดี๋ยวนี้มีทางเลือกมากขึ้น พอโลตัสมาเปิดสาขาใกล้เคียง บริการที่ไม่เคยได้รับก็ได้รับมากขึ้น สอบถามข้อมูลอะไรพนักงานคนเดียวตอบได้หมด ไม่ต้องวิ่งถามให้วุ่นเหมือนเมื่อก่อน บริการของทั้งสองแห่งถูกปรับปรุงดีขึ้น เดิมทำเลจะเป็นปัจจัยหลักในการตัดสินใจว่าจะเลือกเข้าร้านไหน แต่เดี๋ยวนี้บริการเป็นตัวตัดสินใจ” ลูกค้ารายหนึ่งเล่า


เธอเห็นว่าการเข้ามาของสองดิสเคาน์สโตร์นี้ทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์มากขึ้น เมื่อก่อนนี้จะซื้อผักสด ผลไม้สด ต้องนั่งรถไปตลาดสด เพราะราคาถูก ต่อรองได้ แต่ที่จอดรถไม่ค่อยสะดวก สกปรก หากจะไปซื้อห้างสรรพสินค้าก็อยู่ไกล ห้างชานเมืองก็มีไม่มาก ดิสเคาน์สโตร์จึงเป็นทางเลือกที่ดีอีกประเภทหนึ่ง และปัจจุบันก็มีเปิดบริการในใจกลางเมืองมากขึ้น


เมื่อเทียบระหว่างโลตัสกับคาร์ฟูร์แล้ว โลตัสมีจุดเด่นเหนือกว่าคาร์ฟูร์หลายอย่าง โดยเฉพาะการเรียงโชว์สินค้าที่เป็นระบบ ไม่ว่าจะเข้าไปเดินซื้อของที่สาขาไหน ก็หาของที่อยากจะซื้อได้ ต่างจากคาร์ฟูร์ ซึ่งการเรียงโชว์สินค้าในแต่ละสาขายังขาดความเป็นเอกภาพ การเรียงโชว์สินค้าของโลตัสเหมือนของเซเว่น-อีเลฟเว่น ไม่ว่าจะเข้าร้านไหน ก็จะรู้ได้ว่าโซนไหน ชั้นไหนมีสินค้าอะไรขาย การใช้แสงของโลตัสก็มีส่วนช่วยให้บรรยากาศน่าช้อปปิ้ง ของที่จำหน่ายก็มีความหลากหลายมากกว่า


อย่างไรก็ตามลูกค้าอีกรายหนึ่งบอกว่าอบคาร์ฟูร์ เพราะแสงสว่างดีกว่า ระยะห่างของชั้นวางของมีขนาดพอดี ค่อนข้างโปร่ง ป้ายโฆษณาสินค้าสวย ดึงดูดใจ


และถือว่าคาร์ฟูร์ประสบความสำเร็จในการทำตลาดในเมืองไทยเป็นอย่างมาก กลยุทธ์ที่คิดค้นและใช้ในเมืองไทยหลายอย่างถูกนำไปเป็นแม่แบบให้กับคาร์ฟูร์ในหลายๆ ประเทศ เช่น ไต้หวัน ซึ่งมีขนาดธุรกิจดิสเคาน์สโตร์ใหญ่กว่าเมืองไทยมาก กลยุทธ์เช่นที่ว่าได้แก่ การเปิดคอนเนอร์ขายขนมปังฝรั่งเศสชิ้นเล็กๆ หรือแม้แต่เรื่องของการจัดดิสเพลย์ในแผนกต่างๆ  เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือเครื่องสำอาง ล้วนแล้วแต่เพิ่มเสน่ห์ให้คาร์ฟูร์ได้เป็นอย่างยิ่ง


นอกจากการค้นหาภาพลักษณ์ของตนเองแล้ว คาร์ฟูร์ยังชูในเรื่องที่คนไทยชอบ “ถูกกว่าใครไปคาร์ฟูร์” เสริมความน่าเชื่อถือด้วย “ยินดีคืนเงินค่าส่วนต่างราคาให้ 2 เท่าหากพบว่าห้างไหนขายถูกกว่า” และเพื่อให้กลยุทธ์นี้ได้ผลเหนือคู่แข่งคาร์ฟูร์ตั้งทีมประจำจำนวนหนึ่งเพื่อสำรวจราคาขายสินค้าประเภทต่าง ๆ จากห้างคู่แข่ง เพื่อจะนำมาเปรียบเทียบกับราคาสินค้าของคาร์ฟูร์


ณัฐพล ตั้งคณานันท์ รองกรรมการผู้จัดการคาร์ฟูร์กล่าวว่า  กลยุทธ์นี้ประสบความสำเร็จมาก และมีลูกค้านำของมาคืนไม่ถึง 1 เปอร์เซ็นต์ บริษัทยังคงใช้นโยบายนี้ต่อไป และจะพยายามให้ลูกค้านำสินค้ามาคืนน้อยที่สุด


แต่จุดที่เป็นเรื่องฮือฮาและแสดงถึงการแข่งขันอย่างรุนแรงอย่างมากในธุรกิจนี้ อยู่ที่สาขาพระราม 4 ซึ่งทั้งคาร์ฟูร์และเทสโก้-โลตัส จะเปิดห่างกันไม่มากนัก โดยโลตัสเริ่มเปิดให้บริการไปเมื่อวันที่ 23 เมษายนที่ผ่านมา ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดตั้งแต่เคยเปิดสาขามา คือ 31,000 ตารางเมตร เป็นพื้นที่ของโลตัสเอง 12,000 ตารางเมตร พื้นที่ให้ร้านค้าเช่า15,000 ตารางเมตร นอกจากนั้นยังมีพื้นที่ในส่วนของสวนสนุก ซึ่งบริษัทดรีมเวิลด์เป็นผู้ดำเนินงาน พร้อมด้วยโรงภาพยนตร์สำหรับคุณหนู นอกจากนี้ยังรถบริการรับส่งจากถนนสุขุมวิทจำนวน 2 คัน และบริการสั่งซื้อของทางแฟ็กซ์ไว้อำนวยความสะดวกสำหรับลูกค้าด้วย  


                ที่สำคัญเพื่อให้ตอบรับกับความต้องการของกลุ่มลูกค้าในย่านพระราม 4 ซึ่งมีมากมายหลากหลายกลุ่ม ในส่วนของพื้นที่โลตัสจึงเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งในอนาคต สาขาสุขุมวิท 50 และสาขาฟอร์จูน ทาวน์ ก็จะปรับเปลี่ยนเวลาการให้บริการเป็น 24 ชั่วโมงเช่นกัน นอกจากนี้โลตัสสาขาที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯชั้นกลาง ซึ่งจะเปิดในอนาคตก็จะให้บริการ 24 ชั่วโมงด้วย


                “ที่อังกฤษเราทำมาสามปีแล้ว แม้ยอดขายจะเพิ่มขึ้นเพียง 4-5 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่เราก็ถือว่าประสบความสำเร็จมากในแง่การสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า” เรย์คราฟท์กล่าว


                นอกจากการบริการ 24 ชั่วโมงแล้ว ในปลายปีนี้ลูกค้าของเทสโก้-โลตัสยังสามารถใช้บริการสั่งซื้อสินค้าผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้อีกด้วย


                “เราพัฒนาธุรกิจอี-คอมเมิร์ซได้ 5 ปีแล้ว โดยเมื่อปี 2542 ที่ผ่านมา ยอดขายของบริษัท เทสโก้ ดอท คอม มียอดขายถึง 125 ล้านปอนด์ โดยมีลูกค้าที่ใช้บริการกว่าสี่แสนราย ซึ่งเทียบแล้วนำหน้ากว่าคู่แข่งอันดับสองถึง 2 ปีทีเดียว” เรย์คราฟท์กล่าว


                อย่างไรก็ดีสำหรับในประเทศไทยนั้น เรย์คราฟท์กล่าวว่า ไม่ได้คาดหวังว่าจะมียอดขายมากมายนัก แต่ที่อยากทำเพราะมองว่าเป็นช่องทางขายสินค้าสำคัญในอนาคต


 


บทวิเคราะห์


                การขยายตัวของธุรกิจดิสเคาน์สโตร์ภายในช่วงเวลาไม่กี่ปีก่อผลสะเทือนอย่างมหาศาลต่อพฤติกรรมผู้บริโภคและช่องทางจำหน่าย


                ประการแรก ผู้บริโภคมีทางเลือกมากขึ้น โดยการตัดสินใจเลือกซื้อเริ่มจาก “ราคา” ซึ่งส่งผลกระทบมหาศาลต่อช่องทางการจำหน่ายแบบอื่นๆ และเมื่อเพิ่มบริการใหม่ๆที่เน้นความสะดวกสบาย สนุกสนานมากขึ้น ดิสเคาน์สโตร์ก้เริ่มแผ่อาณาเขตกลุ่มเป้าหมายไปกินตลาดของธุรกิจอื่นๆมากขึ้น


                ประการที่สอง อย่างไรก็ตามแรงกดดันกลับตกไปอยู่ที่ ซัพพลายเออร์ เนื่องมาจากจุดหลักของดิสเคาน์สโตร์คือ “สงครามราคา” พวกเขาจำนวนไม่น้อยเริ่มไม่พอใจกำไรที่หดหายไปเพื่อกดราคาสินค้าเพื่อให้ดิสเคาน์สโตร์ไปจำหน่ายในราคาต่ำ บางรายต้องยอมขาดทุนเพื่อนำสินค้าเข้าไปจำหน่ายในช่องทางจำหน่ายนี้ นอกจากนั้นการเจรจาต่อรองในเรื่องโปรโมชั่นก็เริ่มมีเงื่อนไขมากขึ้น ภาระค่าใช้จ่ายการทำส่งเสริมการขายเริ่มตกอยู่กับซัพพลายเออร์มากขึ้นเรื่อยๆ  อำนาจการต่อรองของดิสเคาน์สโตร์ก็มีเพิ่มขึ้น ตามจำนวนสาขาและยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้น


                ผลที่ตามมาคือ ซัพพลายเออร์รายใหญ่เริ่มแสวงหาช่องทางจำหน่ายอย่างใหม่ที่จะทำให้พวกเขามีอิสระและมีทางเลือกมากกว่านี้ นั่นคือ “ขายตรง” (กรุณาอ่าน”สหพัฒน์ – ลีเวอร์ เมื่อยักษ์ใหญ่ของเป็นดาวรุ่งดวงใหม่”ในเรื่องถัดไป)


                โฉมหน้าธุรกิจค้าปลีกเมืองไทยกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ติดตามให้ดี !


--------------------------------------------------------------------


ล้อมกรอบ


                ขณะที่ทั้งเทสโก้-โลตัส กับคาร์ฟูร์กำลังห้ำหั่นกันอย่างเข้มข้น สำหรับผู้มาก่อนอย่าง”แม็คโคร”ละ กำลังทำอะไรอยู่ อ่านเรื่องราวของ”แม็คโคร” ได้ในหน้าถัดไป


------------------------------------------------------------------


โปรย


แม้สิ่งที่คาร์ฟูร์ด้อยกว่าโลตัสมาก จะเป็นเรื่องจำนวนสาขา  แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญและไม่ได้เป็นที่วิตกของคาร์ฟูร์เลยแม้แต่น้อย


 


โปรย


“เราไม่หวั่นแม้เราจะไร้พันธมิตรท้องถิ่น เพราะการเรียนรู้จากพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้าสามารถนำมาสร้างและพัฒนากลยุทธ์ได้” มาร์ค อัวแซง


 


รูป


1 โฉมหน้าของเทสโก้-โลตัส สาขาพระราม 4 ซึ่งเป็นสาขาที่ใหญ่ที่สุดในโลกถึง 31,000 ตารางเมตร และจะเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง


2 ไมเคิล เรย์คราฟท์ แม่ทัพใหญ่ของเทสโก้-โลตัส


3 โรบิน คุก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศของอังกฤษ  (คนถือขวดไวน์) เดินทางมาเยี่ยมชมเทสโก้-โลตัส สาขาพระราม 4 ซึ่งเป็นสาขาที่เทสโก้ภูมิใจที่สุด โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงของเทสโก้-โลตัสให้การต้อนรับ


 4 สวนสนุกสำหรับเด็ก ที่เทสโก้-โลตัสจัดไว้บริการคุณหนู ๆ


5 พื้นที่ภายในเทสโก้-โลตัส พระราม 4


6 มาร์ค อัวแซง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นคาร์ จำกัด ผู้บริหารหนุ่มของคาร์ฟูร์


7 โฉมหน้าของคาร์ฟูร์ ซึ่งกำลังขับเคี่ยวกับคู่แข่งอย่างหนัก


---------------------------


ล้อมกรอบ (ทำเป็นข้อมูลเปรียบเทียบแบบคราวที่แล้ว)


ไม่มีรูปทุกหัวข้อ แต่ใช้โลโก้ทั้งสองฝ่ายเป็นหลัก


 


จุดเริ่มต้น


โลตัส


 เป็นดิสเคาน์สโตร์รายแรกที่เกิดขึ้นในเมืองไทยและบริหารงานโดยคนไทย