นิตยสารการตลาด  + http://www.marketeer.co.th/marketing.php
  Search :      
Join:
 
 
นิตยสารการตลาด | คลิปวีดีโอโฆษณา | การตลาด | นิตยสาร | เว็บบอร์ด | หนังสือ | ข่าวการตลาด
โฆษณาไทย | โฆษณาต่างประเทศ | สื่อสิ่งพิมพ์ | ป้ายโฆษณา | โฆษณาวิทยุ | ตัวอย่างหนัง
E-mail :
Password :  
Remember me
| Forget password | Register
 
     
 
 
     
 บทความการตลาด ตัวอย่างแผนการตลาด กลยุทธ์การตลาด ข่าวการตลาด    
 

ประดิษฐ์มนูธรรมENTERTAINMENT ROAD

คุณคิดว่า วันพักผ่อนของคนกรุงเทพ หมดไปกับเรื่องอะไรบ้าง


                คำตอบที่ได้ อาจะเป็น ชอปปิ้ง ดูหนัง ฟังเพลง เที่ยวต่างจังหวัด ปลูกต้นไม้ ออกกำลังกาย  กินข้าวนอกบ้าน และ ฯลฯ  ซึ่งนั่นเป็นกิจกรรมที่แต่ละคนเลือกที่จะทำตามความสะดวก


                แต่น้อยครั้งที่จะเห็นกิจกรรมต่างเพื่อวันพักผ่อนในแบบคนกรุงเทพรวมตัวอยู่บนถนนสายเดียว


                ถนนที่ว่าคือถนนประดิษฐ์มนูธรรม


                …………………


                ถนนพระอาทิตย์ อาจได้ชื่อว่าเป็นถนนสายวัฒนธรรม เนื่องจากเสน่ห์ของถนนสายนี้ที่เต็มไปด้วยอาคารตึกแถวของกรุงเทพมหานครสมัยเกือบร้อยกว่าปี ที่ปัจจุบันถูกดัดแปลงเป็นอาคารสำนักงาน และร้านต่างๆ มากมาย อาทิ ผับ ร้านหนังสือ ซึ่งทำให้ถนนสายนี้ มีสีสันทั้งในเวลากลางวัน และกลางคืน


                แต่สำหรับบนถนนประดิษฐ์มนูธรรมนั้น กลับให้ภาพที่แตกต่างกันไป…


                ทั้งนี้เพราะเวลาเรานึกถึงถนน ฟังก์ชั่นแรกของมันคือ เป็นเส้นทางที่จะเชื่อมต่อไปยังที่ต่างๆ ที่เราต้องการจะเดินทาง


                ถนนประดิษฐ์มนูธรรมก็มิได้ต่างกับถนนทั่วไปที่ทำหน้าที่ดังกล่าว หากแต่มีอะไรที่ซ้อนทับมากกว่านั้น โดยเฉพาะเรื่องของการที่เป็นถนนสายหนึ่งที่คนกรุงใช้เวลาส่วนหนึ่งทำกิจกรรมวันพักผ่อนบนถนนสายนี้


                ที่สำคัญ ยังเป็นการแสวงหาโลกส่วนตัวในมิติต่างๆ กัน ตามความต้องการของแต่ละคน ซึ่งทำให้ถนนประดิษย์มนูธรรมมีกิจกรรมที่น่าสนใจตลอด 24 ชั่วโมง


                โดยเฉพาะถนนประดิษฐ์มนูธรรมช่วงระหว่างถนนลาดพร้าวและถนนรามอินทรา ที่จะแนะนำเป็นสถานที่ใช้เวลาว่างในครั้งนี้


                ……………….


                สวนสาธารณะใกล้บ้าน อาจจะเป็นตัวเลือกแรกๆ ของผู้ที่ชื่นชอบในเรื่องการออกกำลังกาย


                แต่สำหรับคนในย่านลาดพร้าว บางกะปิ รามอินทรา แม้กระทั่งพหลโยธินช่วงเกษตรตัดใหม่ที่ที่ต้องการออกกำลังกายแบบง่ายๆ ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายตามฟิตเนส ก็มักจะเลือกถนนสายนี้ใช้เรียกเหงื่อในตอนเช้าวันหยุด ทั้งในแบบจ๊อกกิ้งธรรมดา หรือมีทั้งประเภทซ้อมวิ่งจริงจังเหมือนกับว่าจะไปแข่งขันที่ไหน


                นอกจากนี้ ภาพที่เห็นเป็นประจำอีกอย่างคือ ตั้งแต่เวลา 6โมงเช้า จะเห็นบรรดานักปั่นเสือภูเขา รวมตัวหลายสิบคัน ขี่จักรยานออกกำลังกายบนถนนสายนี้


                ปกติแล้ว ชาวเสือภูเขาเหล่านี้ ส่วนใหญ่ก็เป็นประเภทเดินสายทัวร์ริ่งกับชมรมเสือภูเขาจังหวัดต่างๆ ที่มักจะจัดโปรแกรมหลายวันเพื่อการขี่เสือภูเขาท่องเที่ยวไปยังที่ต่างๆ


                แต่สำหรับเช้าวันเสาร์-อาทิตย์ ก็จะเห็นคนกลุ่มนี้มารวมตัวพบปะสังสรรค์โดยจุดนัดพบอยู่ที่ปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์  


                “ส่วนใหญ่ ถ้าว่างก็จะมาขี่จักรยานแถวนี้ล่ะครับ ไม่ได้นัดกันมาหรอก” ชลอ ภู่น้อย หนึ่งในแนวร่วมชาวเสือภูเขาที่ใช้ถนนสายนี้ออกกำลังกาย กล่าวเป็นประเดิม


                ชลอเล่าว่าที่ปั๊มคาลเท็กซ์ ถือว่าเป็นศูนย์รวมแบบไม่เป็นทางการของชาวเสือภูเขา ซึ่งมีสมาชิกหลายสิบชีวิต อายุตั้งแต่ไม่กี่ขวบ กระทั่งเฉียด 90 ปี


                “อย่างผมอีกไม่กี่เดือนก็จะเกษียณแล้ว ก็ยังขี่จักรยาน มันเหมือนกับได้รู้จักเพื่อนใหม่ มีสังคมใหม่ๆ เป็นสังคมเล็กๆ สำหรับคนคอเดียวกัน”


                เขาเล่าว่า เส้นทางถนนประดิษฐ์มนูธรรมนั้น แบ่งได้เป็น 2 ฝั่งคือฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก ซึ่งทั้งสองฝั่งมีเส้นทางลัดเลาะขี่จักรยานไปตามที่ต่างๆ ได้


                อย่างเช่นฝั่งตะวันออกซึ่งเชื่อมต่อกับถนนลาดพร้าวขาออก ถนนรามอินทรา และถนนนวมินทร์นั้น มีเส้นทางที่สามารถใช้ขี่จักรยานได้หลายสาย  อาทิ เส้นทางออกสู่ถนนโพธิ์แก้ว หรือออกทางลาดพร้าว 93 ลาดพร้าว 87 ลาดพร้าว 101 


                ส่วนด้านตะวันตกนั้น ก็มีถนนตัดใหม่หลายสายที่สามารถใช้เส้นทางได้ อาทิ ถนนเกษตรตัดใหม่ที่สามารถเชื่อมต่อกับพหลโยธิน ถนนรามอินทรา ถนนลาดพร้าว ถนนรัชดาภิเษก


                “ซอยต่างๆ ในย่านนี้ ส่วนใหญ่เหมือนกับเป็นซอยรังผึ้ง เชื่อมต่อวิ่งทะลุถึงกันได้หมด อย่างผมก็ขับจากบ้านมาเข้าถนนเกษตรตัดใหม่ มาใช้เส้นทางประดิษฐ์มนูธรรม”


                เช่นเดียวกับความเห็นของณรงค์ นิวาสานนท์ ครูสอนดนตรีโรงเรียนดนตรีแห่งหนึ่ง ที่ใช้เวลาว่างทุกครั้งอยู่บนอานจักรยาน ขับเสือภูเขาบนถนนสายนี้


                ณรงค์เล่าว่า เสน่ห์ของถนนประดิษฐ์มนูธรรมคือ เป็นถนนที่มีไบค์เลนซึ่งเป็นถนนไม่กี่สายในกรุงเทพที่ชาวจักรยานจะสามารถใช้เส้นทางได้อย่างสะดวก ซึ่งผิดกับถนนอีกหลายสายที่หากจะขี่จักรยานก็ต้องขึ้นไปขี่บนฟุตบาธ ซึ่งต้องผจญกับบรรดาแผงลอยต่างๆ ที่วางขายเกะกะ หรือไม่ก็ต้องมาเสี่ยงดวง ขับขี่บนถนนหลวง ผจญกับรถราสารพัด


                ”ระยะทางตั้งแต่ช่วงลาดพร้าวถึงรามอินทรา ไปกลับประมาณ 20 กิโลเมตร ก็ถือว่าเรียกเหงื่อได้พอใช้ เพราะผมก็มาขี่จักรยานที่นี่เกือบทุกวัน”


                นอกจากนี้ เส้นทางที่ชาวเสือภูเขายังนิยมจะขี่อีกก็คือ ขี่ข้ามถนนรามอินทราไปเข้าซอยวัชรพลซึ่งอยู่ด้านเหนือของถนนประดิษฐ์มนูธรรม


                ที่ซอยวัชรพลนั้น สามารถขี่ลัดเลาะไปออกถนนสายไหมได้ ซึ่งสำหรับชาวเสือภูเขาแล้ว ถือว่า นอกจากจะเป็นการออกกำลังกายแล้ว ยังได้เห็นสภาพชีวิตแบบเดิมๆ ของกรุงเทพ ไม่ว่าจะเป็นร่องสวน ท้องนา คูคลองต่างๆ ที่เลียบไปกับถนนที่ถูกสร้างขึ้นมาจากการขุดคลอง


                วิเชียร จิระประกอบชัย ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่ใช้ถนนสายนี้ขี่จักรยานออกกำลังกาย โดยมีสุภศินลูกชายขี่จักรยานออกกำลังกายตามมาด้วยทุกครั้ง


                “ผมใช้ถนนสายนี้เป็นเส้นรอง ขี่มาจากบ้านในหมู่บ้านเลิศอุบล ที่ว่าใช้เป็นเส้นรองก็เพราะฝุ่นค่อนข้างเยอะ รถก็เยอะประเภทพวกมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซาเล้งที่ขึ้นมาวิ่งบนไบค์เลน ทำให้ค่อนข้างอันตราย ผมก็เลยเลี่ยงไปใช้เส้นทางจากเขตลาดพร้าวมาแถวนี้ ระยะทางประมาณ  10 กิโลเมตร ก็ถือว่าได้ระยะทางพอสมควร”


วิเชียรเล่าอีกว่า ถนนสายนี้จะดีกว่านี้ ถ้าไม่ถูกคั่นด้วยถนนลาดพร้าว ซึ่งทำให้ผู้ขี่จักรยาน ไม่สามารถใช้เส้นทางประดิษฐ์มนูธรรมที่เชื่อมต่อไปถึงถนนพระราม 9 ได้


นั่นคือตัวอย่างกิจกรรมในภาคเช้าที่เกิดขึ้นบนถนนประดิษฐ์มนูธรรม


สำหรับในภาคบ่ายต่อเนื่องไปถึงช่วงเย็น กลุ่มจักรยานที่เข้ามาใช้บนถนนสายนี้ จะไปเป็นกลุ่มที่ขี่จักรยานเสือภูเขาเพื่อลงแข่งในประเภทดาวน์ฮิล จะใช้พื้นที่บริเวณใต้ทางด่วนซ้อมขี่จักรยาน โดยทำเป็นเนินประมาณ 10 กว่าเนินเพื่อใช้เสริมทักษะและสร้างความแข็งแกร่งให้กับตนเองก่อนลงสนามจริง


……………………..


                เลยเวลา 9 โมงเช้าได้ไม่นาน        อุณหภูมิเริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามเข็มนาฬิกาที่หมุน ชาวเสือภูเขาเริ่มหายไปจากถนนสายนี้ทีละคัน พร้อมกับมีกิจกรรรมอื่นๆ ที่เกิดขึ้นบนถนนสายนี้ขึ้นแทน


                สำหรับคนกรุงเทพ การใช้ชีวิตอยู่ในห้างสรรพสินค้าในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ อาจจะเป็นเรื่องปกติเพราะมีกิจกรรมที่น่าสนใจบ้าง ไม่น่าสนใจบ้าง รออยู่ แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้คนกรุงหลบร้อนเข้าห้างเพื่อไปตากแอร์จนกลายเป็นมหกรรมคนล้นห้างกันแทบทุกห้าง และทุกสัปดาห์


                โลตัสซูเปอร์มาร์เก็ตอาจจะไม่ใช่ตัวเลือกเดียวสำหรับคนในย่านนี้และบนถนนสายนี้ เพราะนอกจากแหล่งกระจายรายได้เช่นการซื้อของแล้ว ถนนสายนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นถนนอีกสายหนึ่งเพื่อคนรักต้นไม้
                ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับผู้ที่ใช้เส้นทางนี้เป็นประจำพบว่า วันเสาร์-อาทิตย์ แทนที่ถนนสายนี้จะว่าง กลับหนาแน่นไปด้วยรถหรูระยับหลากหลายยี่ห้อที่จอดรถข้างทางเพื่อซื้อต้นไม้จากแผงขายต้นไม้ที่เรียงราย 2 ฝั่งถนน


                โดยเฉพาะฝั่งซ้าย ระหว่างช่วงถนนลาดพร้าวถึงถนนเกษตรตัดใหม่นั้น จะมีร้านต้นไม้มากมายรอให้บริการ


                นอกจากแถบนี้แล้ว บริเวณถนนประดิษฐ์มนูธรรมขาเข้า ช่วงที่ตัดกับถนนรามอินทราก็มีร้านขายต้นไม้เช่นกัน


                ร้านขายต้นไม้ในย่านนี้ มีทั้งสิ้นประมาณ 20 กว่าร้าน แต่ที่ดูเหมือนว่าร้านค้าจำนวนมากก็เนื่องจากแต่ละร้าน จะมีพื้นที่เช่าขนาดไปตามแนวถนน ซึ่งแล้วแต่ว่าจะเช่ากี่ล็อก


                สำหรับต้นไม้ที่ขายนั้น ก็มีตั้งแต่ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้มงคล ฯลฯ


                เจ้าของร้านต้นไม้รายหนึ่งบอกว่า ร้านค้าต้นไม้ในย่านนี้ก็เหมือนกับร้านค้าต้นไม้ทั่วไป แต่ที่มีลูกค้ามาอุดหนุนกันมากก็เพราะอาจจะได้เปรียบในเรื่องความสะดวกที่ลูกค้าจอดริมถนน แล้วเลือกซื้อต้นไม้ได้เลย


                “ตรงนี้ก็อาจมีปัญหาทำให้รถติดบ้าง แต่คนซื้อต้นไม้ส่วนใหญ่ก็ใช้เวลาไม่นาน ซื้อเสร็จแล้วก็ไป ยกเว้นในรายที่พาลูกๆ มาก ก็อาจจะต้องตามใจเด็ก กว่าจะได้ต้นไม้ซักต้น’


                วุฒิชัย เทียมเมฆา เจ้าของร้านดอกแก้วการ์เด้น ร้านต้นไม้ย่านนี้  ให้ภาพลูกค้าที่มาซื้อต้นไม้ว่า ปกติก็จะมีลูกค้าทุกวัน แต่ที่หนาแน่นเป็นพิเศษคือวันหยุดเสาร์ อาทิตย์


                “เสาร์อาทิตย์ คนเยอะมาก วันธรรมดาลูกค้าก็มีทั้งวัน”


                วุฒิชัยบอกอีกว่า ต้นไม้ขายดีที่ต้องมีที่ร้านตลอดเวลาส่วนใหญ่คือไม้ดอก อาทิ แพงพวย ผีเสื้อ ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ลูกค้าก็คือบรรดาเด็กๆ ที่ติดตามพ่อแม่มาซื้อดอกไม้ในย่านนี้


                “แถวนี้ เช้าๆ จะมาเป็นครอบครัว พากันมาเลือกซื้อต้นไม้ ผู้ใหญ่อาจจะชอบไม้มงคล อย่างโมก ศุภโชค เงินไหลมา สาลิกาลิ้นทอง โดยเฉพาะลั่นทมสีขาว ที่ตอนนี้เปลี่ยนชื่อมาเป็นลีลาวดี เรียกว่ามาแรง ลูกค้าจะออเดอร์เยอะมาก”


                ไม้มงคลอีกกลุ่มที่ติดอันดับขายดีก็คือ ใบเงิน ใบทอง ใบนาค เซียนเช่า ธรณีศาล ซึ่งว่ากันว่า เอามาลงที่ร้านเท่าไหร่ ก็ขายกันได้ทุกวัน


                สาเหตุที่ไม้เหล่านี้ขายดีเนื่องจากเป็นเรื่องตามความเชื่อว่า เมื่อปลูกต้นไม่เหล่านี้ในบ้านจะให้ความเป็นสิริมงคล


“อย่างเซียนเช่าที่ขายดีเพราะคนจะเชื่อว่าปลูกแทนการตั้งศาลพระภูมิในบ้าน ส่วนใบเงิน ใบทอง ใบนาค คนจะซื้อไปตอนขึ้นบ้านใหม่ ถือเป็นเคล็ด”


………………………


                การพักผ่อนของคนกรุงเทพในช่วงบ่ายบนถนนสายนี้ค่อนข้างจะเงียบ เนื่องจากไม่มีแหล่งเพื่อความบันเทิงอื่นใดๆ นอกจากซูเปอร์มาร์เก็ต


                กระทั่งแดดเริ่มคล้อย ใกล้เวลาเย็นนั่นล่ะ ความคึกคักจึงได้กลับมาบนถนนสายนี้อีกครั้ง โดยคราวนี้ เป็นหน้าที่ของร้านอาหาร สวนอาหาร ผับแอนด์เรสเตอรองก์ ที่อยู่ในย่านนั้น


                ความที่เป็นถนนตัดใหม่ซึ่งมีการจัดรูปที่ดิน ทำให้ถนนสายนี้ไม่มีสิ่งปลูกสร้างที่สร้างความอุจาดทางสายตาเหมือนเช่นถนนสายอื่น


                ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นเหตุให้นักธุรกิจทั้งมือสมัครเล่นและประเภทของจริง สบโอกาสจากการสร้างรายได้ซึ่งคาดว่า น่าจะมีลูกค้าอุดหนุนเพียบ


                จำนวนร้านอาหารที่มีเกือบ 50 ร้านตลอด 2 ฝั่งเป็นคำตอบได้ดีว่าธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ในย่านนี้ บูมแค่ไหน


                ที่สำคัญ ความหลากหลายในประเภทของร้านในย่านนี้ก็เป็นตัวแปรที่ทำให้ลูกค้ามาใช้บริการย่านนี้หนาแน่นเพราะมีตัวเลือกให้เลือกมากมายทั้งประเภทและราคาตามความต้องการของลูกค้า


                ถ้าอยากนั่งฟังเพลง มีดนตรีฟังสบายในหลายรูปแบบ  ‘yes in deed’ ผับกึ่งเรสเตอรองก์ก็น่าจะเป็นตัวเลือกแรกๆ แต่ถ้าชอบโฉ่งฉ่างแนวเพื่อชีวิต ‘ตะวันแดง สาดแสงเดือน’ ก็น่าจะเหมาะกับคุณๆ ที่ชอบแนวนี้


                แต่ถ้าอยากเน้นในเรื่องรสชาติของอาหาร สวนอาหารไม่ว่าจะเป็นญาติกา ท่าใหม่ ไก่ย่างจักราช ระเบียงไม้ กุ้งแก้ว ซุ้มเคียงดาว น่าจะอยู่แถวหน้าในการที่จะไปใช้เวลารับประทานอาหารนอกบ้านในวันพักผ่อนได้ไม่ยาก


                หรือหากจะเปลี่ยนบรรยากาศ อาหารอีสานที่ร้านไก่ย่างจักราช หรือที่ร้านไก่บ้านย่างปลาเผา ก็ถือว่าใช้ได้


                ถ้าชอบอาหารญี่ปุ่น ร้านชิตาเกะ ร้านอารุมะก็มีให้บริการลำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารแนวนี้ 


และถ้าไม่เกี่ยงเรื่องบรรยากาศ แต่เน้นที่รสชาติถูกปาก อาหารไม่ต้องวิจิตรพิสดาร ครัวป้าอนงค์น่าจะเหมาะสำหรับผู้ที่เน้นในเรื่องนี้


ความบูมของถนนสายนี้ ปัจจุบันก็ยังไม่มีท่าจะลดความแรงลงแต่อย่างใด โดยดูได้จากที่ดินย่านนี้ถีบตัวขึ้นไปถึงตารางวาละ 4 หมื่นบาท จากเดิมแค่วาละ 5-6 พันบาท


อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีนักธุรกิจอีกจำนวนมากต้องการจะเข้ามาทำธุรกิจในย่านนี้ อาทิกลุ่มแซกโซโฟนที่มีข่าวว่าเตรียมลงทุนกว่า 20 ล้านเพื่อเปิดเอนเตอร์เทนเมนต์ในย่านนี้


วิพล อินทนนท์ อดีตผู้จัดการฮอลลีวูด เพลซ ผับเธคให้ภาพความบูมของถนนสายนี้ว่า  เริ่มตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเรื่องปกติของนักธุรกิจที่มองว่า มีความเป็นไปได้เนื่องจาก สถานบันเทิงหลายแห่งในกรุงเทพเริ่มจำเจ


“โดยเฉพาะฝั่งซ้ายที่จะออกไปทางรามอินทรา ถือว่าทำเลทองเพราะเป็นเส้นทางที่คนจะกลับบ้าน แต่ระยะหลัง ฝั่งขวาก็ได้ลูกค้าแน่นร้านเหมือนกัน”


วิพลเล่าว่า ความแรงของถนนสายนี้ น่าจะอยู่อีกนานเนื่องจากเป็นบริเวณที่ไปมาสะดวกและสามารถเชื่อมต่อได้หลายเส้นทาง


นอกจากนี้ ยังมีเหตุผลเรื่องบางร้านใช้จุดขายแบบผับแอนด์เรสเตอรองก์ซึ่งน่าจะมีลูกค้ากลุ่มใหญ่ เช่นเดียวกับร้านที่มีคอนเซ็ปต์เป็นสวนอาหาร ก็จะได้ลูกค้าแบบครอบครัว


 “ลูกค้าที่มาส่วนใหญ่ก็จะมากินข้าว ฟังเพลง จอยกัน ส่วนใหญ่ก็จะมานั่งตั้งแต่หัวค่ำ ทำให้ร้านมีเวลาขายนานขึ้นมากว่าที่จะทำเป็นผับเธค ส่วนเรื่องราคาที่อาจจะสูงกว่าที่อื่น ลูกค้าก็ไม่มายด์อยู่แล้ว คือ ถ้าพอใจซะอย่าง ก็รับได้ว่างั้นเถอะ”


สำหรับในย่านรัชดาซึ่งเคยเป็นทำเลทองนั้น วิพลให้ทัศนะว่า ค่อนข้างเหนื่อยสำหรับนักลงทุนเนื่องจากอยู่ในระหว่างการก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน


“ย่านรัชดา ถือว่าถึงจุดอิ่มตัวแล้ว อีกอย่างคือมาลงทุนย่านนี้ก็ค่าใช้จ่ายสูง ในขณะมาที่แถวถนนประดิษฐ์มนูธรรมไม่ต้องเสียอะไร ผมว่า ถ้าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ก็อยู่ได้ยาว”


……………..


พ้นเที่ยงคืนไปไม่นาน ฟังก์ชันของถนนสายนี้เริ่มเปลี่ยนไปอีกครั้ง


จากเป็นไบค์เลนเพื่อการขี่จักรยานออกกำลังกายในตอนเช้า เป็นร้านขายดอกไม้ในตอนกลางวัน เป็นแหล่งกิน ดื่ม ในช่วงหัวค่ำและตอนเย็น ก็จะเปลี่ยนมาเป็นแหล่งทดสอบรถแรงๆ และรถเครื่องเสียงดีๆ ทั้งหลายในช่วงมิดไนท์เป็นต้นไป


สิ่งที่ยืนยันในเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดีคือ บรรดาลูกจ้างตามร้านดอกไม้ที่ต้องนอนเฝ้าที่แผงบอกว่า วันดีคืนร้าย ก็จะมีบรรดานักซิ่งนอกแทร็ก มาใช้ถนนสายนี้เป็นที่ลองรถในแบบมิดไนท์ แรซซิ่ง


“แถวนี้เมื่อก่อนพวกซิ่งมีเยอะมาก รถดีๆ สวยๆ มาประกวดกันแถวนี้ บางครั้งก็มีมอเตอร์ไซค์มาจับกลุ่มแข่งกัน แต่ตอนหลังก็ซาลงไป โดนจับก็มี ตายไปก็เยอะ”


กิจกรรมแข่งรถนอกสนามนั้น นอกจากจะเรียกคนคอเดียวกันรวมตัวกันแล้ว ยังเป็นแม่เหล็กที่เรียกขาจรให้จอดรถข้างถนนดูการแข่งรถเหล่านี้อีกด้วย


                นั่นคือตัวอย่างกิจกรรมที่หลายหลายตลอด 24 ชั่วโมงบนถนนสายหนึ่งที่กลายเป็นถนนสายบันเทิงของคนกรุงเทพไปแล้วในขณะนี้


                ฉบับที่ 17 กรกฏาคม 2544

 


นิตยสารการตลาด คลิปวีดีโอโฆษณา โฆษณาไทย โฆษณาต่างประเทศ สื่อสิ่งพิมพ์ ป้ายโฆษณา โฆษณาวิทยุ ตัวอย่างหนัง การตลาด นิตยสาร เว็บบอร์ด หนังสือ ข่าวการตลาด

Advertise | Site Map | Contact Us