|
คิดได้ไง
เรื่อง : อังศุมาลิน ศิริมงคลกิจ
เครือซิเมนต์ไทย
แรงบันดาลใจของคนธรรมดา
จากงบประมาณ 700 ล้านบาทต่อปีที่ เครือซิเมนต์ไทยจัดสรรไว้เพื่อทำกิจกรรมเพื่อสังคมโดยเฉพาะ ทำให้ปีๆ หนึ่งเครือซิเมนต์ไทยกลายเป็นผู้ให้การสนับสนุนโครงการสารพัด แต่ในหนึ่งปี เครือซิเมนต์ไทยมีโฆษณาสำหรับนำเสนอเรื่องกิจกรรมเพื่อสังคม 2 เรื่อง เรื่องแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เรื่องที่สองสนับสนุนคุณค่าของคน และปีนี้เครือซิเมนต์ไทยก็เลือกเรื่องของเนติ นามวงศ์ หนึ่งในนักศึกษาที่ได้รางวัลจากการประกวดหุ่นยนต์กู้ภัยระดับโลก 2 สมัยซ้อน มานำเสนอ
โฆษณาจากอุดมการณ์
โฆษณาชิ้นนี้เริ่มจากอุดมการณ์ในการดำเนินธุรกิจที่พนักงานต้องยึดถือและปฏิบัติตาม 4 อย่างของเครือซิเมนต์ไทย 1.ตั้งมั่นในความเป็นธรรม 2.มุ่งมั่นในความเป็นเลิศ 3.เชื่อมั่นในคุณค่าของคน 4.ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม
จากอุดมการณ์กลายเป็นความเชื่อที่ว่าคนทุกคนมีศักยภาพ ขอเพียงได้รับการส่งเสริม คนไทยถ้าหากว่าได้รับโอกาสก็ไม่แพ้ใคร ดังนั้นเครือซิเมนต์ไทยจึงสนับสนุนโครงการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยชิงแชมป์ประเทศไทย และทีมนักศึกษาไทยก็ไม่ทำให้คนไทยผิดหวังเมื่อชนะเลิศการประกวดหุ่นยนต์ประเภทกู้ภัย 3 สมัย นี่จึงเป็นที่มาของเรื่องราวในงานโฆษณาชุด แรงบันดาลใจ
ด้วยโจทย์ของเครือซีเนมต์ไทยที่ให้กับทีมครีเอทีฟว่า ต้องการหนังโฆษณาที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับสังคม โดยคีย์ เมสเสจอยู่ที่การบอกว่าคนะรรมดาก็ประสบควาสำเร็จได้ เมื่อโจทย์นี้มาถึงมือทีมครีเอทีฟก็เป็นหน้าที่ของอรวรรณ ดิษฐโยธิน Executive Creative Director ที่จะต้องทำให้ไอเดียนี้ออกมาเป็นรูปธรรม อรวรรณอธิบายถึงการพัฒนาความคิดโดยยกบอร์ดมาให้ Marketeer ดูถึง 8-9 บอร์ด และบอกว่าความจริงมีมากกว่านี้อีกเยอะ
บอร์ดแรกเราให้เด็กที่ชอบเล่นเลอะๆ แล้วเขาก็โดนผู้ใหญ่ดุ แต่จริงๆ แล้วไอ้การที่เขาเล่นเลอะๆ ทำของเสียหาย มันทำให้เกิดสิ่งประดิษฐ์ใหม่ออกมา ซึ่งบอร์ดนี้ไอเดียมันได้แล้วล่ะ แต่ว่าลูกค้าอยากได้งานที่สะท้อนความเป็นเอสซีจีด้วย แต่บอร์ดนี้มันแค่แรงบันดาลใจรวมๆ แบรนด์ไหนทำก็ได้ เราเลยต้องมาโฟกัสที่โครงการของเอสซีจี ซึ่งเยอะมาก หลังจากนั่นเราก็มาเจอโครงการนี้ (Rescue Robot) ซึ่งเราก็ลองพัฒนามาเป็นบอร์ดนี้แล้วลูกค้าชอบ
พ่อ พระเอกตัวจริง
กลุ่มเป้าหมายของงานโฆษณาชิ้นนี้ คือ ผู้ใหญ่ที่มีความสามารถ ขยายโอกาสให้กับเด็กได้ และตัวแทนของผู้ใหญ่นี่ ก็เลือก พ่อ ซึ่งอยู่ใกล้ชิดกับเด็กมากที่สุด ดังนั้นเรื่องราวของ เนติ นามวงศ์ จึงถูกหยิบขึ้นมาทำเป็นภาพยนตร์โฆษณา ด้วยความโดดเด่นของตัวละครทุกตัวที่อยู่รอบข้างเขา แปลกจากเรื่องอื่นที่มักเอาตัวบุคคลที่ประสบความสำเร็จมากล่าวขาน แต่เรื่องนี้กลับชูบุคคลเบื้องหลังให้เด่นกว่า
เวลาแข่งหุ่นยนต์แข่งกันเป็นทีม คนในทีมนี้ทุกคนสามารถหยิบเอาเรื่องมาทำหนังได้หมด ทุกคนเป็นเด็กดี คิดดี ตรงตามคอนเซ็ปท์ทุกอย่างคือเป็นเด็กต่างจังหวัด มาจากครอบครัวธรรมดา แต่ที่เอาเรื่องของเนติมาทำ เพราะคุณพ่อของเขามีบุคลิกโดดเด่นมากๆ ทุกครั้งที่มาเชียร์ลูก หรือมารับรางวัลพ่อเขาจะถือพวกเกมกล ที่ให้เอาเหล็กออกจากห่วง หรือของเล่นไม้มาทุกครั้งเลย อีกอย่างที่ชอบเขาเป็นพิเศษเพราะว่าเขาเลือกที่จะเป็นอาจารย์ นั่นหมายถึงว่าเขาเลือกที่จะส่งผ่านโอกาสที่เขาเคยได้รับให้คนอื่นต่อ วีนัส อัศวสิทธิถาวร Associated Director Strategic Communications เครือซิเมนต์ ไทย (SCG) เล่าถึงครอบครัวของฮีโร่ในงานนี้
ไม่ใช่แค่หลงรักปักใจเท่าที่เห็น เมื่อทีมงานเลือกว่าจะนำบุคคลครอบครัวนี้มาเป็นต้นแบบ ทีมงานต้องเจาะลึกสัมภาษณ์เนติและคุณพ่อสมศักดิ์อีกหลายครั้ง รวมไปถึงเช็คกับเพื่อนบ้านด้วยว่าครอบครัวนี้เป็นอย่างไร ทั้งหมดนี้เพื่อคัดกรองว่าคนๆ นี้ จะเป็นไอดอลตัวจริงที่สร้างแรงบันดาลใจได้ และเมื่อถึงขั้นตอนการถ่ายทำทีมงานก็ยิ่งมั่นใจ เมื่อเพื่อนร่วมทีมและเนติฉายแววความเป็นคนใฝ่รู้ แม้แต่ตอนพักก็ยังมาเล่นกับอุปกรณ์ถ่ายทำอย่างสนุก
ถ้าจะถามว่ากลัวไหมกับการเอาบุคคลธรรมดามาสร้างหนัง บอกได้เลยว่าไม่กลัว เพราะเราเช็คแล้วว่าเขาดีจริงๆ และการที่เอาบุคคลธรรมดาที่ใช่ดารามา เขามีโอกาสที่จะทำเรื่องไม่ดีน้อยกว่าคนที่มีชื่อเสียงด้วยซ้ำ อรวรรณกล่าว
แต่เมื่อเลือกเรื่องราวของคนนี้ก็ต้องบิ้วท์เพื่อให้เรื่องราวของเขาน่าสนใจ ด้วยระยะเวลา 60 วินาที ก่อนตัดให้สั้นลงเมื่อออกฉายระยะหนึ่ง หนังเรื่องนี้จึงเน้นที่ครอบครัวของเนติมากกว่าแบรนด์เอสซีจีเพื่อให้คนดูได้มีระยะเวลาซึมซับอารมณ์พ่อกับลูก
ตอนเอาเข้าบอร์ดก็กังวลอยู่เหมือนกันว่าบอร์ดจะว่ายังไง เพราะหนังทำหน้าที่เพื่อสังคมจริงๆ เราปรึกษากันว่าใช้งบตั้งเยอะ แต่ Contribute เพื่อแบรนด์น้อยเกินไปหรือเปล่า แต่ผู้บริหารก็เห็นด้วยว่า แค่นี้ก็พอแล้ว วีนัสเล่าถึงบรรยากาศในห้องประชุม
อรวรรณกล่าวเสริมว่า บอร์ดแรกของหนังเรื่องนี้จะมีฉากที่เนติไปยืนอ่านป้ายประกาศว่าเอสซีจีรับสัมครประกวดหุ่นยนต์แล้วถึงมาสมัคร ซึ่งเราคิดว่าเอาเวลาไปให้กับการเล่าว่าพ่อเขากระตุ้นลูกยังไงดีกว่า ส่วนแบรนด์เอาแค่โผล่มาตอนท้ายก็พอ
ตัวจริงแสดงเอง(นิดเดียวก็ยังดี)
ด้านการถ่ายทำ ขณะที่โฆษณา CSR ชิ้นแรกของปีนี้ เรื่อง คนต้นน้ำ สู่คนปลายน้ำ ซึ่งพูดเรื่องโครงการสร้างฝายของเครือซิเมนต์ไทย ใช้วิธีการสัมภาษณ์ผู้ร่วมโครงการ เรื่องนี้เพื่อให้ผู้ชมอินกับหนังเช่นเดิม จึงใช้ตัวแสดงที่เน้นท่าทาง หน้าตาคล้ายกับตัวจริงให้มากที่สุด แล้วตอกย้ำด้วยโชว์ตัวจริงให้เห็น
ตัวแสดงบทพ่อเป็นตัวละครเด่นที่สุดของเรื่อง เป็นเพื่อนกับผู้กำกับ เขาเลือกเพราะคิดว่าอยากได้คนที่มีบุคลิคแบบนั่นจริงๆ ตัวจริงของเขาก็มีลูกที่อายุใกล้เคียงกับเด็กที่มาเป็นลูกนะ พอช่วงแสดงเราก็ต้องเลือก มีหลายดีกรี บางฉากต้องดูไม่ให้อารมณ์มันเหมือนบังคับลูกเกินไป
ที่ยากคือฉากสุดท้าย ที่พ่อ-ลูกตัวจริงเขายืนอยู่คู่กัน ผู้กำกับคือคุณ สวรส เชื้อชาติ หรือคุณ แหม่ม-มาม่าบลู พยายามเต็มที่จะให้พ่อ-ลูกเขากอดกัน แต่คุณพ่อบอกว่าเขาทำไมได้จริงๆ เขาไม่เคยทำ ถ้าให้เขาทำมากกว่านี้เป็นการบังคับใจเขาแล้ว ผู้กำกับเลยต้องมาบอกว่าไม่ไหวแล้ว ได้แค่นี้จริงๆ ตอนลูกค้าดูลูกค้าก็อยากให้เขาแสดงความรู้สึกต่อกันมากกว่านี้ แต่มันไม่ได้จริงๆ พ่อลูกเขาไม่เคยแสดงความรักต่อกันแบบนั่น อรวรรณเล่าเรื่องสนุกระหว่างถ่ายทำ
ส่วนเรื่องการดำเนินเรื่องใช้โทนสีแยกช่วงเวลาอดีตกับปัจจุบันออกจากกัน เน้นให้คนดูดูง่ายเข้าใจเนื้อเรื่องตั้งแต่ดูครั้งแรก แต่ต้องไม่ตั้งใจให้หนังกลายเป็นดราม่าซะจนดูเกินจริง ซึ่งผลจากการทำรีเสิร์ชก่อนหนังออกฉายก็ออกมาเป็นที่น่าพอใจสำหรับคนทำโฆษณาและลูกค้า
แรงบันดาลใจ ออกอากาศตั้งแต่ต้นเดือนตุลาคมถึงกลางเดือนธันวาคม เมื่อเรื่องเกี่ยวกับความสัมพันธ์พ่อ ลูกอยู่แล้ว จึงตั้งใจออกฉายในช่วงวันพ่อด้วย โดยรายการที่เลือกออกอากาศเป็นรายการที่มีเนื้อหามีสาระ เกี่ยวกับครอบครัว และรายการข่าวที่ได้รับความนิยม รวมทั้งฉายในโรงภพายนตร์
(กรอบ 1)
Rescue Robot
โครงการแข่งขันหุ่นยนต์กู้ภัยชิงแชมป์ประเทศไทย (Thailand Rescue Robot Championship) เป็นเวทีสำหรับนำความเชี่ยวชาญด้านหุ่นยนต์มาค้นหาผู้รอดชีวิตหรือผู้เสียชีวิตที่ตกค้างอยู่ในซากปรักหักพังต่างๆ ภายใต้สถานการณ์จำลองอุบัติภัย อาทิ อัคคีภัย อุทกภัย ภัยจากแผ่นดินไหว หรือภัยอื่นๆ
โครงการประกวดหุ่นยนต์กู้ภัยชิงแชมป์ประเทศไทยเป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมที่เครือซิเมนต์ไทยเริ่มขึ้นเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี2547 และได้จัดส่งผู้ชนะเข้าร่วมแข่งขันระดับโลกมาโดยตลอด
(กรอบ 2)
Key Success for CSR Ad.
จากโฆษณาทั้งสองชิ้น มีจุดร่วมกันดังนี้
-เค้าโครงมาจากเรื่องจริง และโครงการจริงที่องค์กรให้การสนับสนุน
-โครงการที่หยิบมานำเสนอต้องต่อเนื่อง ทำมานานแล้ว
-ใช้บุคคลจริงมาร่วมในงานโฆษณา
-เน้นเรื่องของคนและกิจกรรม มากกว่าแบรนด์ |