|
พรานทะเล ชูอาหารทะเล ราคาถูก
พรานทะเล ส่งท้ายปี 2547 ด้วยการรุกเข้าสู่ตลาดอาหารพร้อมรับประทานแช่แข็ง และจะทำตลาดอย่างจริงจังในปีนี้ หลังจากประสบความสำเร็จในการบุกตลาดอาหารทะเลแช่แข็งพร้อมปรุง ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา
โดยก้าวแรกของ พรานทะเล เริ่มต้นด้วยการนำชุดอาหารเช้า ซึ่งประกอบไปด้วยข้าวต้มซีฟู้ด และแพนเค้กซีฟู้ด อย่างละ 5 เมนู เข้าสู่ตลาด แม้จากการทำวิจัยจะพบว่า ผู้บริโภคมักนิยมบริโภคอาหารพร้อมรับประทานในมื้อดึกก็ตาม แต่จากการศึกษาตลาด พรานทะเล พบว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักไม่ค่อยมีเวลาในการเตรียมอาหารเช้า ทำให้บางคนไม่ได้รับประทานอาหารเช้า และมีจำนวนไม่น้อย ที่ต้องรับประทานอาหารเช้าที่อุดมไปด้วยคาร์โบไฮเดรต ทำให้ พรานทะเล มองตรงนี้เป็นช่องว่างทางการตลาดในการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง เพราะที่ผ่านมายังไม่มีรายใดนำเสนออาหารเช้าที่มีส่วนประกอบของอาหารทะเลมาก่อน
นอกจากอาหารเช้าแล้ว ในปีนี้ พรานทะเล มีแผนที่จะรุกตลาดอาหารกลางวัน ด้วยการนำเสนออาหารจานเดียว อาทิ สุกี้ทะเล สปาเก็ตติ้ผัดปลาเค็ม ผัดซีฟู้ดน้ำมันหอย ผัดกระเพราซีฟู้ด ผัดเปรี้ยวหวานซีฟู้ด และจะมีเมนูที่ไม่ใส่เนื้อสัตว์ด้วย ต่อจากนั้นยังมีแผนที่จะแนะนำเมนูสำหรับอาหารเย็นด้วย ซึ่งจะเป็นสเต็กประเภทต่าง ๆ เช่น สเต็กปลาทูน่า ซึ่งทั้งหมดจะอยู่ในรูปอาหารแช่แข็งพร้อมรับประทาน และโดยรวมแล้วภายในปีนี้ พรานทะเล จะมีอาหารพร้อมรับประทานให้ผู้บริโภคเลือกประมาณ 30 เมนู แน่นอนว่าทุกเมนูจะมีอาหารทะเลเป็นจุดขายสำคัญ
นอกจากอาหารทะเลแล้ว ราคา ถือว่าเป็นอีกจุดขายสำคัญของ พรานทะเล ทั้งนี้เพื่อให้เหมาะกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่มีรายได้ระดับปานกลาง ซึ่งเป็นผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ที่นิยมรับประทานอาหารประเภทนี้ ด้วยเหตุนี้ พรานทะเล จึงตั้งราคาจำหน่ายไว้ที่เมนูละประมาณ 29 บาท สำหรับข้าวต้มและอาหารจานเดียวประเภทต่าง ๆ ยกเว้นอาหารเย็นประเภทสเต็ก ซึ่งราคาอาจจะอยู่ที่ 49 บาทขึ้นไป ขึ้นอยู่กับประเภทของวัตถุดิบที่ใช้ ขณะที่แพนเค้กซีฟู้ด ราคาจะอยู่ที่ 85-95 บาท ทั้งนี้เพื่อทำให้กลุ่มเป้าหมายซื้อมารับประทานได้ทุกมื้อ เพราะราคาไม่ต่างจากอาหารปรุงสำเร็จรูปพวกข้าวราดแกงหรือก๋วยเตี๋ยวซึ่งอยู่ที่ 25 บาท
สำหรับในส่วนของจุดขายนั้น พรานทะเล ได้วางจำหน่ายอาหารพร้อมรับประทานแช่แข็งในซูเปอร์มาร์เก็ตของห้างสรรพสินค้า และไฮเปอร์มาร์เก็ต จำนวน 210 แห่ง ซึ่งเป็นจุดขายของอาหารทะเลพร้อมปรุงพรานทะเลอยู่ก่อน โดยมีแผนที่จะขยายเพิ่มขึ้นเป็น 300 จุดในปีนี้ รวมทั้งยังอยู่ระหว่างการเจรจากับ เซเว่น-อีเลฟเว่น และร้านสะดวกซื้ออื่น ๆ เพื่อเพิ่มจุดขายเข้าไปในร้านค้าประเภทนี้
และเพื่อทำให้ อาหารพร้อมรับประทานแช่แข็งของพรานทะเล เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคอย่างแพร่หลาย ในปีนี้ พรานทะเล มีแผนที่จะใช้เงินประมาณ 15 ล้านบาท ในการทำโฆษณาและจัดกิจกรรมการตลาด โดยช่วงแรกจะเน้นไปที่การให้ความรู้เรื่องความสำคัญของการบริโภคอาหารเช้า
พรานทะเล ตั้งเป้ายอดขายอาหารพร้อมรับประทานแช่แข็งไว้ที่ 300 ล้านบาท ในปี 2548 โดยจะเป็นส่วนของอาหารเช้า 100 ล้านบาท และคาดการณ์ว่า ตลาดรวมอาหารพร้อมรับประทานแช่แข็งจะเพิ่มจาก 600-700 ล้านบาท เมื่อปีที่ผ่านมาเป็น 900-1,000 ล้านบาท ในปีนี้
Illustrated by Number
เป้ายอดขายอาหารพร้อมรับประทานแช่แข็งของพรานทะเล ปี48
30 % ของตลาดรวม 900-1,000 ล้านบาท
ภาพประกอบ
1-2 นอกจากจะมีจุดเด่นตรงใช้ส่วนประกอบจากอาหารทะเลแล้ว ชุดอาหารเช้าของ พรานทะเล โดยเฉพาะแพนเค้กซีฟู้ด ยังมีแพ็กเกจจิ้งที่โดดเด่นด้วย (รูปมีอย่างละ 2 ใบให้เลือก)
3 ธงชัย ธาวนพงษ์ กรรมการผู้จัดการ และ อนุรัตน์ โค้วคาสัย ผู้จัดการทั่วไปและผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท พรานทะเล มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ในงาน Great Morning with Seafood เพื่อเปิดตัวชุดอาหารเช้าพรานทะเล
4-5 เด็กหญิงโมนิกา คว้าแพนเค้กเข้าปาก แถมป้อนคุณแม่อีกต่างหาก
....................
จับตา 4 รายใหม่เตรียมเข้าตลาด
นอกจากแบรนด์ต่าง ๆ ที่พยายามจับจองพื้นที่ในกระเพาะของผู้บริโภคดังกล่าวมาแล้ว ยังมีผู้ประกอบการอีกหลายรายที่เตรียมจะเข้ามาแชร์ตลาดอาหารพร้อมรับประทานแช่แข็งในปีนี้ ซึ่งแน่นอนว่าส่วนหนึ่งเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจอาหารอยู่แล้ว
เริ่มจาก พีเอฟพี ซึ่งเป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารทะเลแช่แข็งรายใหญ่ ที่เริ่มหันมาสนใจตลาดในประเทศมากขึ้น โดย พีเอฟพี มีแผนที่จะรุกตลาดข้าวกล่องแช่แข็งในเดือนมีนาคมนี้ โดยจะเริ่มจาก 4 เมนู
นอกจากนี้ บริษัท มัลลิการ์ อินเตอร์ฟู้ด จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของร้านอาหารไทย มล.เติบ และร้านเย็นตาโฟเครื่องทรง ซึ่งกำลังประสบความสำเร็จอย่างมากในขณะนี้ ก็กำลังเตรียมตัวเข้าตลาดเช่นกัน โดยจะเป็นอาหารไทยแช่แข็ง ภายใต้ชื่อ อ.มัลลิการ์ ซึ่งจะมีทั้งเมนูอาหารคาวและอาหารหวาน
ขณะเดียวกัน ผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์แปรรูปจากอาหารทะเลรายใหญ่อย่าง บริษัท ไทยยูเนียน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ตราซีเล็ค และฟิชโช่ ก็เตรียมเข้าสู่ตลาดอาหารทะเลแช่แข็งภายใต้แบรนด์ ซีเล็ค ด้วย เพราะมองว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพในการขยายตัวสูง
เช่นเดียวกับ กลุ่มพรีเมียม เจ้าของผลิตภัณฑ์ ทาโร่ ก็มีแผนที่จะรุกตลาดอาหารพร้อมรับประทานแช่แข็งเช่นกัน โดย บริษัท พรีเมียม โฟรเซ่น โปรดักส์ ซึ่งจะรับหน้าที่ในการผลิต กำลังอยู่ระหว่างศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์
ผู้บริโภคคงต้องเตรียมตัวสำรองกระเพาะไว้แต่เนิ่น ๆ
ฉบับที่ 60 กุมภาพันธ์ 2548 |