|
บริษัทจำหน่ายของเล่น ก. เจริญทอยส์ จับมือกับ โตมี่ ผู้ผลิตของเล่นรายใหญ่ของญี่ปุ่น เปิดตัวสัตว์เลี้ยงไฮเทคพันธุ์ใหม่ ไมโครเพ็ทส์ ไปเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม ในราคา 499 บาท หวังให้มาแทนทามะก็อตที่เคยประสบความสำเร็จในตลาดไทยมาแล้ว
ไมโครเพ็ทส์คือนวกรรมของเล่นไฮเทคอีกตัวของบริษัทโตมี่ ไทยแลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทผู้ผลิตของเล่นเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่เปิดมานาน 78 ปี มีสาขาใหญ่อยู่โตเกียว และมีสาขาย่อยอยู่ใน 5 ประเทศทั่วโลก เช่น อเมริกา อังกฤษ ฮ่องกง ฝรั่งเศส และไทย
นายวีระรัตน์ กิจเลิศไพโรจน์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของ บริษัท ก. เจริญทอยส์ ผู้จัดจำหน่ายสัตว์เลี้ยงไฮเทค ทามะก็อต และ เฟอร์บี้ ที่เคยประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีในตลาดบ้านเราเมื่อหลายปีก่อน กล่าวว่า ไมโครเพ็ทส์ ของเล่นไฮเทคในรูปแบบสัตว์เลี้ยง 3 มิติ เป็นสูตรผสมระหว่างของเล่น 2 ชนิด คือ Interactive Toy และ Collectible Toys ที่ใช้ระบบสั่งงานโดยเสียง สามารถโต้ตอบคำสั่งของเจ้าของได้ถึง 18 แบบ เช่นเดิน วิ่ง ซิกแซก กลับหลังหัน กระดิกหู แสดงอารมณ์ และร้องเพลงได้ นอกจากนั้นหากนำไมโครเพ็ทส์มาอยู่รวมกันหลายๆตัว พวกมันก็จะสามารถสื่อสารระหว่างกันเองได้ และยังร้องเพลงประสานเสียงได้อีกด้วย จึงเหมาะที่จะเก็บสะสมให้ครบทุกตัว
ไมโครเพ็ทส์สัตว์จากหมู่เกาะไมโครนีเซีย มีทั้งหมด 5 สายพันธุ์ 10 ตัว ได้แก่ สุนัข สพร็อคเก็ต พันธุดัลเมเชี่ยน และ โมชิ พันธุ์โกลเด้นรีทีฟเวอร์, แมว - คัมสลี่ย์ แมวจิ๋วตามซอย และ แมงโก้ แมวบ้านตัวจิ๋ว, หมี - บ็องโก้ โพล่าร์ และ คูม่า จ้าวป่า, สัตว์ประหลาดตามพุ่มไม้ - บ็อบ และ กูด้า, สัตว์ประหลาดแห่งภูเขาไฟ - แก๊ก และ สัตว์ประหลาดแห่งขุนเขา - ยุค ซึ่งไมโครเพ็ทส์ที่เป็นสัตว์เลี้ยงตามบ้าน เช่น สุนัข และแมว จะมีนิสัยค่อนข้างเชื่องและเลี้ยงง่ายเหมาะสำหรับเด็กผู้หญิง ส่วนหมีและสัตว์ประหลาดที่ดุร้ายซึ่งเลี้ยงยากกว่านั้นเหมาะสำหรับเด็กผู้ชาย
นายวีระรัตน์กล่าวว่า เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายหลักของไมโครเพ็ทส์คือเด็กเล็ก อายุ 6 11 ปี และกลุ่มรองที่เป็นเด็กวัยรุ่น อายุ 12-19 ปี ทั้งชายและหญิง ทางบริษัทเลือกใช้เงินลงทุนด้านการส่งเสริมการตลาดเพียง 5 ล้านบาทเท่านั้น เพื่อลงโฆษณาในสื่อโทรทัศน์ตามรายการสำหรับเด็กต่างๆ นอกจากนั้นจะเน้นหนักไปที่การทำโปรโมชั่น ณ จุดขายเป็นหลัก โดยในช่วงแรกนั้นจะส่งเสริมการขายด้วยการลดราคาลงเป็น 399 บาท
ด้วยความที่ไมโครเพ็ทส์กำลังเป็นที่นิยมมากในญี่ปุ่น ทางผู้ผลิตจึงตั้งเป้าไว้ว่าน่าจะขายได้ประมาณ 3 ล้านตัวขึ้นไป ในขณะที่ที่สหรัฐอเมริกานั้นมีเป้าอยู่ที่ 5 ล้านตัวขึ้นไป ส่วนเป้ารวมตลาดทั้งเอเซียและยุโรปนั้นอยู่ที่ 10 ล้านตัว สำหรับประเทศไทยนั้นตั้งเป้าไว้ว่าน่าจะขายได้ประมาณ 11,000 ตัวภายในเดือนตุลาคมนี้ โดยกระจายสินค้าไปทั้งใน Modern Trade และ Wholesale ซึ่งขณะนี้ไมโครเพ็ทส์มีฐานการผลิตอยู่ที่ประเทศจีน แต่มีแผนว่าหากสามารถทำยอดขายในประเทศไทยได้ดี ก็อาจนำมาผลิตเองในประเทศต่อไป
MicroPets
@ สัตว์เลี้ยงไมโครเพ็ทส์รับคำสั่งได้ด้วยการจับสัญญาณเสียงสั้นและยาว
@ ตอบรับด้วยการกระพริบตาไฟที่ตา แล้วจึงทำตามคำสั่ง
@ ตอบสนองคำสั่งได้ 18 แบบ เช่น ร้อง หัวเราะ เดิน วิ่ง ซิกแซก ร้องเพลง กระดิกหู หลับ
@ มี 2 โหมด คือ โหมดธรรมดา กับ โหมดหงุดหงิด หากเข้าสู่โหมดหงุดหงิดจะหยุดรับคำสั่งทันที
@ หากต้องการให้หายหงุดหงิด ต้องพูดด้วยสัญญาณเสียงยาวเพื่อปลอบประโลม
@ มีปุ่มเปิดปิดอยู่ที่หัว กด 1 ครั้งเพื่อเปิด กดแช่เพื่อปิด ไมโครเพ็ทส์จะร้องเพลงอำลา
@ เมื่ออยู่รวมกันหลายตัวจะสื่อสารระหว่างกันเองได้ และร้องเพลงประสานเสียงได้
ฉบับที่ 33 พฤศจิกายน 2545 |